BONE

[BONE] Event 2 : A Ghastly Windy Night

posted on 02 May 2014 22:50 by le-annovel in BONE directory Fiction
 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
 
......
 
 
 
 
 
- There is something in the night -
 
 
 
 
 
 
ห้องนอนสำหรับพนักงานไม่ได้กว้างขวางนักเพราะแน่นขนัดด้วยเตียงมากมายถึงหกเตียง..


แต่เกือบทุกเตียงล้วนว่างเปล่า ในห้องตอนนี้เหลือเพียงฟลอร่าที่หมดงานกะกลางวันแล้วนอนหลับอยู่เพียงคนเดียว


ทั้งมืด ทั้งหนาว


แต่ไม่ได้เงียบสนิท


เธอยังได้ยินทั้งเสียงเครื่องยนต์ทำงานอย่างแข็งขัน แม้แต่เสียงคลื่นสาดซัดกระแทกตัวเรือจนโคลงเคลงไปมาจากด้านนอกก็ยังลอยมาเข้าหู
ราวกับเสียงกล่อมคลอที่ได้ยินแม้กระทั่งตอนหลับตา


…ก่อนเสียงแปลกประหลาดเสียงหนึ่งจะดังแทรกขึ้นมา


มันชัดเจนอย่างมาก ..ท่ามกลางเหล่าเสียงที่เธอเริ่มจะคุ้นเคย..


เด็กสาวสะดุ้งตื่นแทบจะในทันที เธอยันตัวลุกขึ้นขยี้ตาพลางมองไปที่ประตูห้อง


เสียงเมื่อครู่คือเสียงอะไร ..เธอระบุไม่ได้
 

..และคิดว่าควรจะออกไปดู..


ฟลอร่าลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ประตูแล้วยื่นมือออกไป


..ทันทีที่มือแตะลูกบิด ความคิดน่ากลัวก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ตรึงร่างเล็กๆให้ยืนค้างอยู่อย่างนั้น


…ถ้าเป็นคนแปลกๆล่ะ? ..ก่อนหน้านี้เธอได้ยินคนเรือซุบซิบกัน ข่าวลือลมปากเรื่องที่ว่ามีคนตาย ..แล้วยังมีเรื่องผู้โดยสารเถื่อนอีก


..แต่ถ้าเป็นผู้โดยสารมาเมาหลับอยู่แถวนี้ เธอก็ควรจะออกไปช่วยเขานะ! จะปล่อยให้เขานอนบนพื้นแข็งๆอยู่อย่างนั้นทั้งคืนไม่ได้หรอก


แต่ข้างนอกก็มีคนดูแลอยู่แล้วนี่นา…


..ย ยังไงดี..


..ฟลอร่างับริมฝีปากตัวเองเบาๆด้วยสีหน้าครุ่นคิด


สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เปิดประตูออกไป..


เด็กสาวเดินกลับไปที่เตียงก่อนทิ้งตัวลงนอน …อดมุ่นคิ้วเหลียวกลับไปมองประตูอีกครั้งอย่างชั่งใจไม่ได้


แต่ในที่สุดความง่วงงุนเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันก็ทำให้สติค่อยๆเลือนลาง ล่อลวงเธอให้จ่อมจมลงสู่ห้วงนิทราภายในเวลาไม่นาน


ตึง!


ร่างของฟลอร่าถูกเหวี่ยงตกจากเตียงลงมานอนแอ้งแม้งไม่เป็นท่าแทบจะทันทีที่เปลือกตาปิดสนิท ..ยังไม่ทันจะได้เริ่มต้น
ฝันถึงอะไรเลยด้วยซ้ำ!


ใจร้าย! ..นี่ต้องลงโทษกันขนาดนี้เลยเหรอ?


เด็กสาวงอแงเสียงดังอยู่ในใจ เธอยันตัวขึ้นจากพื้นพลางยกมือคลำต้นคอที่เริ่มปวดหนึบขึ้นมา


..คงจะเคล็ดเพราะแรงกระแทกเมื่อกี๊ล่ะมั้ง?


เป็นแบบนี้คงจะนอนต่อไม่ลง แล้วก็ไม่มีอารมณ์จะกลัวแล้วด้วย..


ความลังเลมากมายก่อนจะเปิดประตูเมื่อครู่ถูกปัดกระจายหายไปในทันที ..ฟลอร่าดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างระวัง เดินฉึบๆไปจับ
ลูกบิดและผลักบานประตูเปิดออกไปดื้อๆทั้งอย่างนั้น


…..





ด้านนอกไม่มีอะไรน่ากลัวเลยซักนิด ไฟทางเดินเปิดสว่างจ้า ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆทั้งสิ้น


….ไม่มีอะไรเลย....


แล้วเสียงแปลกๆนั่นมาจากไหน?


เด็กสาวกระพริบตาอย่างมึนงง ความเจ็บที่เกาะหนึบบนต้นคอทำให้รู้สึกแย่นิดหน่อย


..เอาเถอะ ไหนๆก็นอนไม่หลับแล้ว แถมทางข้างนอกนี่ก็ดูไม่น่ากลัวอะไร เดินสำรวจซักหน่อยแล้วกัน..


คิดได้แบบนั้นเธอก็ตัดสินใจหมุนตัวไปทางขวา มุ่งหน้าไปทางหัวเรือเพียงลำพัง





……ตึก


…………. ตึก ตึก


………………………… ตึก ตึก ตึก


..ง ..เงียบจัง เงียบเกินไปแล้ว! จะไม่มีเสียงอะไรหรือใครเดินผ่านมาซักหน่อยเหรอ?


ฟลอร่ามองซ้ายมองขวาอย่างระแวงเล็กน้อย แม้จะเริ่มคุ้นชินกับที่ทางบนเรือแล้ว แต่การเดินอยู่คนเดียวบนทางเดินในยามวิกาลแถม
ทุกอย่างยังเงียบจนได้ยินแต่เสียงฝีเท้าของตัวเองดังชัดแบบนี้ก็ชวนให้ระแวงไม่น้อย


อ๊ะ… แต่จากตรงนี้ ถ้าเดินไปอีกหน่อยจะมีบันได ..ชั้นข้างบนนั่นอาจจะมีใครอยู่ก็ได้
 
..อาจจะมีคนทำของตก หรือว่าเผลอไปเตะถูกอะไรเข้ารึเปล่านะ?


มือเล็กยกขึ้นบีบต้นคอตนเองป้อยๆ พยายามนึกถึงที่มาของเสียงประหลาดพลางพาขาเดินเลี้ยวขึ้นบันไดไปตามใจคิด ถีบตัวเอง
ให้ไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ …เรื่อยๆ…



……

….



…กว่าจะรู้สึกตัวว่าควรหยุดเดิน ฟลอร่าก็พาตัวเองขึ้นมาถึงชั้น D เสียแล้ว เธอมองไปรอบตัวอย่างลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจ
ขยับขาพาตัวเองออกจากพื้นที่บันไดในที่สุด


ขาผอมๆก้าวยาวๆพาร่างโปรงบางเดินสำรวจไปทั่วอย่างระมัดระวัง ..ถึงจะเป็นพื้นที่เปิดสำหรับชมวิว แต่พอไม่มีพระอาทิตย์แล้วทุก
อย่างก็กลายเป็นสีดำๆเหมือนๆกันไปหมด ทั้งทะเล ทั้งท้องฟ้า..


…ดำจนเหมือนเป็นลางร้าย...


ลมทะเลหอบใหญ่พัดกระโชกพากลิ่นไอเกลือลอยติดมาพร้อมความยุ่งเหยิงขนาดย่อมๆ ผมยาวๆถูกอากาศตีกระจายปิดหน้าปิดตาและ
เข้าปาก ชุดนอนกระโปรงเจ้าปัญหาก็กระพือจนต้องรีบกดมือตะครุบไว้ แถมเคราะห์ซ้ำกรรมซัดให้เรือโคลงคลื่นสาดพาละอองน้ำมากมาย
กระเด็นเข้ามาถึงจุดที่เธอยืนอยู่อีก


นี่มันชั้น D เลยนะ! ตัวเธอก็ไม่ได้ยืนอยู่ใกล้ขอบระเบียงซักหน่อย ..ถึงลมจะแรงก็เถอะ แต่พัดละอองน้ำเข้ามาถึงนี่ได้เนี่ย... คลื่นเมื่อ
กี๊นี้สูงมากขนาดไหนกัน?


ฟลอร่าเซถลาตามแรงโยก แทบจะทรงตัวไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ล้มลงไป


เธอยืนนิ่งตั้งสติอยู่ตรงนั้น …ทั้งเปียก ..ทั้งหนาว แถมคอยังเคล็ดเจ็บไม่หาย....




ดูท่าคืนนี้ ดวงคงไม่ดีเท่าไหร่แฮะ..




……….



เธอพบเพื่อนร่วมชะตาเดียวกันอีกสี่คนหลังจากนั้น...


ทุกคนมีสภาพเหมือนๆกัน ..เปียกปอน หนาวสั่น และคงอยากจะกลับห้องเต็มทน


ฟลอร่าสบตากับพวกเขา ..รู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้าของหลายคนในนั้น ..เดาเอาเองว่าคงจะเป็นพนักงานเหมือนกัน..


“..…”


ยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยปากทักเรื่องเสียงประหลาด หรือแม้แต่พูดคุยทักทายกัน บางอย่างที่ไม่น่าไว้ใจก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ


…มันเริ่มต้นด้วยการขู่คำรามอย่างแผ่วเบา ..เบามากจนเธอนึกว่าหูแว่ว ก่อนค่อยๆดังขึ้นจนได้ยินชัด


ตัวการของเสียงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของมุมกำแพงด้านหนึ่ง ..ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครกล้าขยับ


..ทุกคนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ตาจ้องไปยังจุดเดียวกัน และรอคอย...


ครู่เดียวเสียงก็เงียบไป เด็กสาวกลั้นหายใจ ไม่กล้าขยับตัวแม้จะรู้สึกว่าอากาศเย็นยะเยือกบาดผิวกว่าที่เคย แถมต้นคอยังเจ็บ
แปลบปลาบไม่เลิก


….

……
 
 
ทันใดนั้นขาขนๆกับร่างของสุนัขตัวหนึ่งก็ค่อยๆโผล่พ้นเงากำแพงออกมาปรากฎสู่สายตา


…ฟลอร่าอยากจะด่าหมาเป็นภาษาจีน! (ด่าเป็นอังกฤษ เกิดหมาเข้าใจขึ้นมาเดี๋ยวจะแย่..) ถ้าไม่ติดว่าท่าทางของมันยังคงดูอันตราย มันเลิก
แยกเขี้ยวขู่แฮ่แล้วก็จริง แต่ยังจ้องพวกเธออยู่อย่างไม่ไว้ใจนัก


..เด็กสาวอีกคนหนึ่งในกลุ่ม ..หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน.. ค่อยๆก้าวเข้าไปหาและลูบขนสุนัขตัวนั้น มันเอาหัวซุกไซร้
นิดหน่อยอย่างพอใจ งับมือเล็กๆนั่นเล่นเบาๆ แล้วจู่ๆก็สะบัดหน้าหนี หันหลังวิ่งจากไปในทันที


ฟลอร่าทันสังเกตเห็นปลอกคอและแผ่นป้ายที่ฉีกขาดบนคอสุนัขตัวนั้นเพียงชั่วครู่


..เหมือนจะเป็นตัว H ? …หมาของผู้โดยสารสินะแบบนี้?


ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปตามจับกลับมา พรุ่งนี้อาจจะมีคนมาถามหาก็ได้...


คล้ายหลายคนจะคิดเหมือนกันกับเธอ ..ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พวกเขาคงคิดจะเล่นไล่จับกับมันซักตั้งเช่นกัน


..บางคนเริ่มขยับตัวเล็กน้อย แต่มีคนหนึ่งที่ไวกว่าเพื่อน..


ชายหนุ่มร่างเล็ก ผมสีน้ำตาลอ่อนพุ่งปราดตามเจ้าหมาสีช็อคโกแล็ตไปอย่างรวดเร็ว


..แต่เขาพลาด


สุนัขสีน้ำตาลที่ดูเหมือนใกล้จะจนมุม จู่ๆก็หมุนตัวแล้วกระโจนสวนกลับมายืนหูพับลิ้นห้อยอยู่ด้านใน ปล่อยร่างของคนตามให้พุ่งพรวด
ตรงไปยังขอบรั้วของชั้นดาดฟ้าเรือ เขาโงนเงนอยู่ตรงนั้น ..ถึงมือจะเกาะราวเหล็กเอาไว้ได้ทัน แต่ก็หมิ่นเหม่จนน่ากลัว..


ฟลอร่าขยับขาวิ่งตามทันทีแม้จะรู้ว่าอยู่ห่างเกินไป


..โชคดีที่ยังมีคนเร็วพอ..


ชายร่างผอมผิวซีดวิ่งเข้าไปช่วยดึงคนที่เกือบตกจากเรือให้กลับขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยทันท่วงที.. เธอได้แต่เดินตามไปยืนให้กำลัง
ใจอย่างไร้ประโยชน์อยู่ไม่ไกลนัก


แม้จะดีใจที่ไม่มีใครเป็นอะไรและอยากจะพูดปลอบ แต่ยังคงตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ฟลอร่านึกโกรธตัวเองขึ้นมานิดหน่อย แต่
สุดท้ายก็จัดการอะไรไม่ได้.. ไม่ได้เลยจริงๆ..




…เด็กสาวได้สติอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงเอะอะ เธอหันไปทันเห็นเด็กผู้หญิงอีกคนถูกเจ้าตัวปัญหากระโจนใส่จนล้มลงไป


ครั้งแรกเธอตกใจจนเกือบพุ่งเข้าไปจับแยก แต่เจ้าหมาตัวโตดูจะอารมณ์ดี มันทำเพียงแค่กระดิกหางแรงๆอย่างกระตือรือร้น
แล้วละเลงลิ้นเลียไปทั่วใบหน้าของเด็กสาวผมสั้นจนชุ่มเปียกไปหมด..


..ดูเหมือนจะเริ่มเป็นมิตรขึ้นมาหน่อยแล้ว..


ชายหนุ่มอีกสองคนเดินเว้นระยะห่างออกมาจากราวเหล็กที่ฟลอร่ารู้สึกว่าดูอันตรายขึ้นร้อยเท่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ..ก่อนจะเข้าไป
สมทบช่วยกันลูบหัวลูบหางเจ้าลาบราดอร์สีน้ำตาลอย่างเอาอกเอาใจ


หมาตัวใหญ่ก็ดูท่าจะชอบมากเสียด้วย มันผละจากสาวผมสั้นไปหาชายสวมหมวก หางยังคงกระดิกดุ๊กดิ๊กหน้าตาเคลิบเคลิ้มอารมณ์ดีขณะ
กางขาฉี่ใส่กางเกงของเขา
 

..ใช่ ..ฉี่..
 




หลังจากกระทำการอันสุดแสนจะเสียมารยาทกับขากางเกงชุดนอนของชายหนุ่มที่น่าสงสารเสร็จ ลาบราดอร์ตัวแสบก็กระดิกหางจากไป


..และวิ่งหอบแฮ่กนำชายในชุดพนักงานคนหนึ่งกลับมาหาพวกเธอในนาทีถัดมา


“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับทุกท่าน?”




……อ ..เอาน่า อย่างน้อยตอนสุดท้ายเจ้าหมาที่อุตส่าห์วิ่งตามมาก็มีประโยชน์นะคะ!


เธอนึกในใจ ยิ้มขำนิดหน่อยพลางหันไปมองชายหนุ่มเคราะห์ร้ายบ่นงึมงำเรื่องชุดนอนตัวสุดท้ายหรืออะไรราวๆนั้น อย่างเห็นใจ



..กร๊อบ..


“อ โอ๊ย..”


..ถึงจะไม่ได้สาหัสมาก แต่มันเจ็บเอาเรื่องอยู่นะ.. อยากจะหายคอเคล็ดนี่ต้องทำยังไงเหรอ? ..จะร้องไห้แล้วนะเนี่ย..
 
 
 
 
 
To be continued -
 
 
-------------------------------------------------------------------
 
 

 

- Character List

.

 

[Edwin Cabbagin ได้มาถึงจุดสิ้นสุดของอีเวนท์ ]

[Tim Gulliver ได้มาถึงจุดสิ้นสุดของอีเวนท์ ]

[Flora Lee ได้มาถึงจุดสิ้นสุดของอีเวนท์ ]

[Danise Hobb ได้มาถึงจุดสิ้นสุดของอีเวนท์ ]

[Monarch Layton ได้มาถึงจุดสิ้นสุดของอีเวนท์ ]

[คุณได้ตอนจบอีเวนท์นี้แบบมีกลิ่นตุ๊ยตุ่ย]
 
 
 
-------------------------------------------------------------------
 
 
เยเฮ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ยาวเวิ่นเว้อและรีบมากเพราะจำวันส่งผิดค่ะ555
 
มารู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ ems เตือนจากสตาฟแล้ว โฮฮ ขอโทษที่ช้านะคะ
 
ทีแรกนึกว่าเด็กจะตายซะแล้ว orz โชคดีที่ยังมีขวดและใบเหลือง ขอบคุณคุณสตาฟที่ช่วยตอบคำถามมา ณ ที่นี้ค่ะ❤ /นอนน้ำตานอง
 
ไม่รู้ว่ามีคำผิดบ้างรึเปล่า ตรงไหนพิมพ์พลาดหรือภาษาอ่านไม่รู้เรื่องขอโทษล่วงหน้าด้วยนะคะ ไว้จะมาปรับแก้อีกทีนะ!
 
 
 
ขอบคุณสมาชิกกลุ่ม B ที่ร่วมทางกันมาด้วยนะคะ
 
ขอโทษที่ต้องให้ช่วยเตือนช่วยเรียกตลอดด้วยค่ะ /บิดเป็นเลขแปด
 
ดีใจที่ทุกคนยังปลอดภัยและสุขภาพดีค่ะ มาสู้กันต่อไปนะ! ; v ;)9
 
 
 
ไม่ได้อัพบล็อกนานมาก คิดถึงจัง
 
ขอบคุณทุกคอมเม้นทุกเพจวิวไว้ล่วงหน้าด้วยค่ะ แล้วเจอกันใหม่เอนทรี่หน้าน้า _:(´□`」 ∠):_